個人檔案\\(^^)\\ M o d //(^^)//相片部落格清單 工具 說明

online Mod

職業
居住地
RockyGirl - ชอบเพลงร็อคก็เลยตั้งชื่อนี้ขึ้นมา .. ^^

Windows Media Player

Harry Potter and the Chamber of Secrets (Book 2)
Harry Potter and the Deathly Hallows (Book 7)
Harry Potter and the Goblet of Fire (Book 4)
Harry Potter and the Half-Blood Prince (Book 6)
Harry Potter and the Order of the Phoenix (Book 5)
Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (Book 3)
Harry Potter and the Sorcerer's Stone (Book 1)

\\(^^)\\ M o d //(^^)//

No one's perfect, but I could always improve ..
4月12日

test

 

2月18日

you have to read ..

Right Click for Menuเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว มีนักปรัชญาชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ C.S.Lewis ท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่
มหาวิทยาลัย แครมบริดจ์ ที่อังกฤษ แต่ก่อนท่านเป็นคนที่ไม่เชื่อว่าโลกนี้มีผู้สร้าง ไม่เชื่อในความเป็นพระเจ้าของพระเยซูคริสต์
ท่านได้โต้แย้งกับเพื่อนอาจารย์ที่เป็นคริสเตียนด้วยกันอย่างรุนแรง และเพื่อนของท่านได้เสนอให้ท่านอ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์
ท่านจึงได้อ่านแต่ไม่ใช่เพื่อจะเรียนรู้ แต่เพื่อที่จะหาข้อผิดผลาดเพื่อจับผิดพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ และเมื่อท่านอ่านมาถึงจุดที่ว่า
"พระเยซูคริสต์อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกนี้สร้างมนุษย์ และอ้างว่าตัวเองเข้ามาในโลกเพื่อรับสภาพเป็นร่างกายมนุษย์
เพื่อจะใช้ร่างกายนี้รับโทษบาปแทนมนุษย์" ท่านจึงได้วาดภาพชาร์ตนี้ออกมา
 
 
 ..
 
 
จากชาร์ตของ Lewis เราจะเห็นว่า ท่านได้บอกว่า ถ้ามีคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า ก็มีทางเป็นไปได้ 2 ทางด้วยกันคือ
  1. เขาอ้างถูก

  2. เขาอ้างผิด

ถ้าเขาอ้างผิดก็มีทางเป็นไปได้ 2 ทางเช่นกันคือ

  1. เขารู้ตัวว่าเขาอ้างผิด

  2. เขาไม่รู้ตัวว่าเขาอ้างผิด

ถ้าเขาไม่รู้ตัวว่าอ้างผิด เขาก็เป็นคนบ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าเขารู้ตัวว่าไม่ใช่พระเจ้า แต่ยังอ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า เขาก็เป็นคนที่
โกหก หลอกลวง เป็นนักต้มตุ๋น เป็นคนใช้ไม่ได้ เป็นคนถูกผีสิง และสุดท้ายก็เป็นคนโง่ที่สุด เพราะยอมตายในสิ่งที่ตนเองรู้ว่าไม่จริง
และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย(ไม่มีใครโกหกเพื่อเสียผลประโยชน์)

เมื่อ Lewis วิเคราะห์เหตุผลตามข้างต้น เขาก็ต้องยอมรับด้วยเหตุผลในสมองแห่งความเข้าใจ และวินิจฉัยของตัวเขาเองว่า
พระเยซูคริสต์ไม่ใช่คนบ้าและไม่ใช่คนที่หลอกลวงมนุษย์ ในเมื่อพระองค์ไม่ใช่คนบ้าและคนที่หลอกลวงมนุษย์ ในที่สุด Lewis ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า
พระเยซูอ้างถูกแล้ว นั่นก็คือ "พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ที่มารับสภาพเป็นมนุษย์เพื่อใช้ร่างกายของพระองค์รับโทษบาปแทนมนุษย์จริงๆ"
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ Lewis ก็บอกกับตัวเองว่า "เมื่อผมได้ใคร่ครวญถึงเหตุผลและความจริงนี้แล้ว ผมก็มีทางเลือกแค่ 2 ทางเท่านั้น คือ
ปฏิเสธหรือยอมรับพระองค์ และวันนี้ผมจะต้องเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ผมไม่อยากจะเลือกที่จะตัดสินใจเช่นนี้เลย"
สุดท้ายท่านก็ได้ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูคริสต์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน ข้างล่างนี้เป็นข้อความสรุปจากคำพูดของท่านประโยคหนึ่ง
จากหนังสือที่ท่านเขียนให้แก่ผู้อ่านหนังสือของท่าน

"ถ้าเรามองอย่างผิวเผินเราอาจจะมองเห็นว่า พระเยซูคริสต์เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่มีศีลธรรมอันดีงามเท่านั้น
แต่ถ้าเราศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลของพระองค์จริงๆแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะทำให้เราต้องทำการตัดสินใจว่า ชายคนคนนี้คือคนบ้าคนหลอกลวง
หรือเป็นพระเจ้าผู้มารับสภาพเป็นมนุษย์เพื่อใช้ร่างกายของตัวเองในการรับโทษบาปแทนมนุษย์.....
สำหรับข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าขอบอกว่า พระเยซูคริสต์ไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งที่มีศีลธรรมอันดีงามเท่านั้น
แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าจริงๆ แต่การที่ข้าพเจ้ายอมรับเหตุผลว่าจริงก็ไม่สามารถที่จะทำให้ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียน(ได้รับความรอด)ได้
ข้าพเจ้าจะต้องยอมรับว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาปและขอพึ่งวางใจในพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าจึงจะสามารถรับความรอดได้"

คำพยานจากผู้ที่มีเหตุผลและต่อมาต้องยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเพราะเหตุผลของตนเอง .. 

 
沒有相簿。